กทม. อัปเกรดไฟจราจร ‘ADAPTIVE’ ด้วย CCTV AI เริ่มแล้ว 74 แยก ตั้งเป้าเพิ่มอีก 50 แยกในปีนี้
กรุงเทพมหานครเดินหน้ายกระดับระบบสัญญาณไฟจราจร จากระบบตั้งเวลาแบบเดิม ไปสู่ระบบอัจฉริยะ (Adaptive) ที่ปรับสัญญาณไฟตามปริมาณรถจริง เป้าหมายคือทำให้การเดินทางของทุกคนสะดวกขึ้น รถติดน้อยลง และใช้เวลาบนถนนน้อยกว่าเดิม
.
ทางแยกในความดูแล กทม. ทั้งหมด 746 แยก
* ไม่มีสัญญาณไฟจราจร 168 แยก มีสัญญาณไฟจราจร 578 แยก
* แบบ Fix Time (ตั้งเวลาแบบตายตัว) 433 แยก
* แบบ Adaptive Loop Detector 71 แยก
* แบบ Adaptive (ระบบใหม่) Real Time CCTV 74 แยก
.
ระบบ Fix Time ไม่สามารถปรับตามปริมาณรถที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา จึงเกิดปัญหาที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยกันดี เช่น
* ไฟเขียว แต่ไม่มีรถ
* รถต้องจอดรอไฟแดง ทั้งที่ฝั่งตรงข้ามโล่ง
* การปรับตั้งระบบทำได้ช้า เพราะต้องใช้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่
แต่ระบบใหม่ Adaptive CCTV คือการนำกล้อง CCTV และระบบประมวลผลอัจฉริยะ มาใช้ตรวจจับปริมาณการจราจรแบบ Real Time แทนระบบเดิม ทำให้ไฟจราจร “ฉลาดขึ้น” และตอบสนองต่อสภาพการจราจรจริง
ㆍ ปรับสัญญาณไฟให้เหมาะกับแต่ละทิศทาง
ㆍ รถเยอะปล่อยยาว รถว่างตัดไฟทันที
ㆍ หมดปัญหาไฟเขียวที่ไม่มีรถ
ㆍ ลดการรอไฟแดงโดยไม่จำเป็น
ㆍ ลดโอกาสรถติดค้างกลางแยก (Grid Lock)
ㆍ เพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง
ในปี 2567–2568 กทม. ติดตั้งระบบ Adaptive รูปแบบใหม่แล้ว 74 ทางแยก ครอบคลุมถนนสายหลักที่มีรถหนาแน่น เช่น สุขุมวิท พระราม 4 พหลโยธิน รามคำแหง สาทร สีลม พระราม 9 เพลินจิต ฯลฯ
จากการประเมินผล พบว่า ระบบไฟจราจรอัจฉริยะ ทำให้การจราจรไหลลื่นมากขึ้น ช่วยลดเวลาการเดินทางได้ประมาณ 10% – 41%
เมื่อใช้เวลาอยู่บนถนนน้อยลง เวลาชีวิตของคนกรุงเทพฯ ก็เพิ่มขึ้น

Post a Comment