รองปลัดฯ นฤมล หารือทวิภาคีกับ CFS และรัฐมนตรีเกษตรบังกลาเทศ ผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีของการประชุมสมัชชาเอฟ เอ โอ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 23 – 24 เมษายน 2569 ณ บรูไนดารุสซาราม สำหรับการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี ภายใต้หัวข้อแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One health) และโครงการความร่วมมือระดับโลกเพื่อป้องกันโรคสัตว์ข้ามพรมแดน (GPP-TADS) การลงทุนเรื่องการเกษตรและอาหารผ่านโครงการ Hand in Hand รวมทั้งส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงผ่านระบบนิเวศทางน้ำที่ยั่งยืน และแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก
นอกจากนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือทวิภาคีกับ Dr. Anas A. Al-Nabulsi ประธานคณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก (Committee on World Food Security: CFS) โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อประเด็นท้าทายด้านความมั่นคงอาหารในปัจจุบัน อาทิ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ภาวะขาดสารอาหาร แนวโน้มการบริโภคอาหารให้พลังงานสูง รวมถึงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI ในภาคเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการประยุกต์ใช้แนวคิด One Health เพื่อบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม สัตว์ และมนุษย์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาระบบอาหารโลกที่มีความมั่นคง ยั่งยืน และตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบให้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงโรม เป็นผู้ประสานงานเพื่อยกระดับความร่วมมือดังกล่าวต่อไป
ขณะเดียวกัน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้หารือกับ H.E. Rafiqul l Mohammed รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรบังกลาเทศ ซึ่งฝ่ายบังกลาเทศมีความเห็นว่าประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการการสูญเสียผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว (Post-harvest loss) จึงมีความสนใจส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการด้านการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อนำไปพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะม่วง ขนุน ทุเรียน เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและจัดการผลผลิตส่วนเกิน ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แสดงความยินดีหากทั้งสองฝ่ายจะยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน และเสนอให้ใช้กลไกความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการเกษตรระหว่างไทยและบังกลาเทศซึ่งได้ลงนามมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เป็นกลไกในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพดังกล่าว เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการเกษตรให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป โดยฝ่ายบังกลาเทศจะประสานดำเนินการมายังสำนักการเกษตรต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกด้วย

Post a Comment